เมื่อก่อนนี้เราไม่เคยรู้สึกมากมายเท่าไหร่กับความห่วงใยของพ่อแม่ บางทีก็ออกจะรำคาญด้วยถ้าหากมายุ่งวุ่นวายอะไรกับเรา แบบค่อนข้างเอาแต่ใจตัวเอง พ่อแม่จึงไม่ค่อยจะมาวุ่นวายกับเราเท่าไหร่ มาตอนนี้ปัจจุบันนี้เราต้องเลี้ยงดูน้องคนเล็กเอง มานั่งนึกย้อนกลับไปเสียใจที่บางครั้งพูดไม่ดีกับแม่เวลาที่เค้าถามว่าอยู่ไหน ไปไหน ทำไมยังไม่กลับ ฯลฯ เพราะเดี๋ยวนี้เราเองที่ต้องใช้คำถามนี้กับน้อง คอยเป็นห่วงว่าน้องจะขึ้นรถขึ้นราไปโรงเรียน กลับบ้านยังไง จะมีเงินพอใช้มั้ย ขาดเหลืออะไรหรือเปล่า น้องจะตั้งใจเรียนหรือเปล่า จะไปคบกับเพื่อนที่ไม่ดีมั้ย เย็นมากแล้วทำไมยังไม่ถึงบ้าน จะให้น้องกินข้าวเย็นกับอะไร น้องจะอิ่มมั้ย และอีกสารพัดห่วง ฯลฯ
นี่ขนาดเราเป็นแค่พี่สาวไม่ใช่แม่คนที่เบ่งน้องออกมาเองนะยังห่วงได้ขนาดนี้ ตอนนี้เข้าใจความรู้สึกของคนเป็นพ่อแม่แล้วว่าทำไมต้องคอยถามโน่นนี่มากมาย และอยากบอกพ่อกับแม่ว่า "หนูขอโทษ" ถ้าหากมีครั้งใดที่ทำให้พ่อแม่ต้องเป็นห่วงกังวล
น้องคนเล็กของเราคนนี้อายุห่างจากเราหลายปีมาก เป็นลูกหลงแม่มีน้องตอนอายุเยอะพอสมควร แม่ไปคลอดน้องตอนกลางวัน เรากลับมาจากโรงเรียนถึงรู้ ก็เก็บเสื้อผ้า หนังสือ กระเป๋านักเรียน ไปนอนเฝ้าแม่คืนนั้นเลย แต่น้องยังอยู่ในห้องเด็กอ่อนเห็นน้องตัวแดงเชียว พอตอนเช้าก็หิ้วกระเป๋านักเรียนเดินออกจาก รพ. ขึ้นรถไปโรงเรียน เลิกเรียนเสร็จก็มา รพ. เค้าเอาน้องมาอยู่ห้องเดียวกับแม่แล้ว เห็นพยาบาลเช็ดอึ เปลี่ยนผ้าอ้อมให้น้อง อาบน้ำให้น้อง ก็ไปยืนดูตลอดว่าเค้าทำยังไง และหลังจากนั้นเราก็เป็นคนคอยเช็ดอึ เช็ดฉี่ เปลี่ยนผ้าอ้อมให้น้องตลอด เพราะแม่ทำหมันเลยยังเจ็บอยู่ทำไม่สะดวก ตอนเช็ดอุนจิให้น้องก็ต้องจับตรงเท้าทั้งสองยกขึ้นแล้วเอาสำลีชุบน้ำอุ่นมาเช็ดให้สะอาด เห็นเท้าน้องแล้วนึกถึงคำโบราณได้ทันที ที่เค้าว่า "ตีนเท่าฝาหอย" มันเป็นแบบนี้นี่เอง แต่ฝาหอยอันนี้นุ้มนุ่ม น่ารัก หอมด้วย เราจะชอบหอมเท้าน้อง จนเดี๋ยวนี้หอมไม่ได้แล้ว เพราะเท้าใหญ่กว่าเราซะอีก 555 เรียกได้ว่าน้องคนนี้เราเลี้ยงมาตั้งแต่ออกมาจากท้องแม่เลย
เวลาน้องไม่สบายจะร้องไห้งอแงตอนดึกๆสงสารแม่ก็ต้องมาช่วยแม่อุ้มน้องสับเปลี่ยนกัน อุ้มแล้วเห็นแม่หลับก็ไม่อยากปลุกก็ทนอุ้มน้องเดินไปเรื่อยๆ พอจะวางน้องยังจะร้องก็ต้องอุ้มต่อ เมื่อยก็เมื่อย ง่วงก็ง่วง แต่ทนได้แฮะ! พอน้องหลับสนิทดีแล้วถึงจะวางได้ ทุกครั้งที่น้องไม่สบายเราก็คอยอุ้มคอยกล่อมน้องแบบนี้ตลอด ตอนเล็กๆน้องเคยไข้ขึ้นสูงมากต้องนอน รพ. ตอนนั้นเราปิดเทอมก็เลยต้องเป็นคนเฝ้าน้องเพราะแม่ไปทำงาน ตอนเย็นถึงจะมาเปลี่ยน น้องคงจะกลัวเพราะโดนเจาะน้ำเกลือที่แขน และแปลกที่แปลกทาง ดังนั้นจึงเกาะเราเป็นลูกลิงเลย จะวางก็ไม่ได้ เราต้องอุ้มตลอด จะเข้าห้องน้ำได้ก็ต้องรอให้น้องเพลียจนหลับก่อน แต่กว่าจะหลับก็ต้องเกาะเรานอนหลับคือต้องให้เราขึ้นไปบนเตียงด้วย แล้วเตียงเด็กมันก็ไม่ใหญ่เราก็ต้องนอนตะแคงครึ่งตัวข้างๆน้อง เมื่อยก็เมื่อย พยาบาลคงคิดว่าเราอยากจะนอนมั้ง แต่ไม่ใช่เป็นเพราะน้องเกาะติดเราตลอดไม่ยอมให้ปล่อยเลย จนทุกวันนี้เวลาน้องไม่สบายน้องกลัวก็จะเรียกหาเราอยู่ตลอดเราเพิ่งรู้ว่าพ่อแม่ก็อดทนกับเรามามากนะเพราะเรานี่ว่าอะไรไม่ค่อยได้ แต่เราก็ไม่เคยทำตัวไม่ดี ไม่ได้ทำให้เค้าหนักใจอะไร แต่กับน้องนี่เราจะคอยสั่งคอยสอน คอยด่า คอยว่า บางทีก็กลายเป็นคนขี้บ่นไปเลยซะงั้น ก็เนื่องมาจากความห่วงนี่แหละ เพราะปกติไม่ชอบพูดมาก หรือพูดอะไรซ้ำๆ แต่กับน้องนี่เหมือนมันห่วงต้องคอยสั่งคอยสอนคอยย้ำโน่นนี่ตลอด จนตอนนี้น้องเรียนม.ปลายก็เดินตามทางที่เราคอยสั่งสอน เราไม่ได้บังคับอะไรนะ เพียงแค่พูดกรอกหูให้ฟังบ่อยๆ 555 ตอนนี้น้องเรียนมาทางสายเดียวกับเราเลย น้องชอบ เราก็ดีใจ น้องเชื่อเราเพราะสิ่งที่เราบอกเราสอน เราเอามาจากประสบการณ์ของเรา เราเป็นพี่คนโตไม่เคยมีแนวทางตัวอย่างเราเดินตามทางของเราเอง ซึ่งเราโชคดีที่เดินทางถูกต้อง แต่ก็มีบางครั้งที่เราน่าจะต้องไปได้ดีกว่านั้นถ้าเรามีคนคอยแนะแนวทาง ตอนนี้เราจึงพยามยามแนะแนวให้น้องไปสู่จุดที่ดีที่สุดเท่าที่เค้าจะทำได้ และน้องก็ไม่ได้ทำให้ผิดหวังนะ ถึงแม้ว่าเราดูว่าตอนเราเรียนเท่าเค้าตอนนี้จะรู้อะไรเยอะกว่านี้ก็ตาม อาจจะเป็นเพราะหลักสูตรการศึกษาสมัยนี้อาจจะอ่อนลงไม่เข้มข้นเท่าก่อนมั้ง เอ๊ะ..หรือยังไง???

วันก่อนโน้นน้องมาบอกว่าถ้าน้องสอบคราวนี้ได้ที่ 1 อีก น้องจะได้ทุนไปต่างประเทศ เมื่อวานตอนกลางวันน้องโทรมาบอกว่าน้องได้ทุนแล้วนะ เราก็ดีใจกับน้องนะ แต่เราคงต้องอุทานออกมาเหมือนอย่างที่พระพุทธเจ้า(เจ้าชายสิทธัตถะ) อุทานออกมานั่นละว่า "ราหุล (ห่วง) เกิดแล้ว"
ห่วงเกิดขึ้นมาอีกแล้วละสิ ไหนจะค่าใช้จ่าย ถึงแม้ค่าเรียน ค่ากินอยู่จะฟรี แต่ก็คงต้องมีเงินค่าใช้จ่ายติดตัวไปให้น้องพอสมควรเลย ยิ่งตอนนี้สภาวะการณ์ที่บ้านคับขันปัจจุบันเรางี้ต้องประหยัดสุดๆอยู่แล้ว
ห่วงต่อมาก็ห่วงว่าน้องจะไปอยู่ยังไง น้องอายุ 15 แต่เค้ายังเป็นเด็กน้อยในสายตาของเรา เราไม่ได้อยู่ด้วย ไม่ได้คอยบอก คอยสอน คอยสั่ง แล้วเค้าจะใช้ชีวิตต่างบ้านต่างเมืองยังไง จะรับผิดชอบชีวิตยังไง จะกินจะอยู่ยังไง จะเจออะไร จะเป็นยังไงบ้าง ถ้ามีเงินเราอยากจะบินไปอยู่กับเค้าด้วยสักอาทิตย์แรก เพื่อจัดอะไรให้เค้าเข้าที่เข้าทาง ดูความเรียบร้อย ดูโน่นดูนี่ให้ก็คงจะดี เราคงจะหายห่วงไปได้เยอะ แต่ก็คงทำไม่ได้เพราะตอนนี้จนขนาดดด T_T
เห้อ....และยังมีอีกสารพัดห่วง ฯลฯ ที่สำคัญเราคงจะต้องเหงา และคิดถึงน้องมากๆ



1 comments on "ราหุล (ห่วง) เกิดแล้ว"
อ่านแล้วรู้สึกดีจังเลยครับ ผมก็มีน้อง แต่ไม่ค่อยห่วงมันเท่าไหร่ คงเพราะเป็นผู้ชายมั๊ง..
แสดงความคิดเห็น