ช็อปปิ้งแบบเจๆ ต้อนรับเทศกาลกินเจ




เนื่องด้วยเข้าสู่เทศกาลกินเจแล้วเมื่อวานเลยไปช็อปปิ้งซื้อข้าวของเอามาไว้ทำอาหารเจทาน ปีนี้เป็นปีที่ 4 ของเราแล้วในการทานอาหารเจในเทศกาลกินเจ สำหรับปีนี้เทศกาลกินเจจะเริ่มตั้งแต่วันนี้ไปจนถึงวันที่ 7 ตุลาคม รวม 9 วัน 9 คืน

ปีแรก ที่เราเริ่มทานอาหารเจนั้นเนื่องจากว่าน้องสาวซึ่งทานเป็นประจำทุกปีเป็นคนชวนให้ลองทานดู ปีแรกเราก็ทานแบบชิวๆ มีใส่ต้นหอมในผัดหมี่บ้าง ใส่ซอสหอยนางรมในผัดผักบ้าง เนื่องจากเค้าว่ากันว่าหอยนางรมเป็นสัตว์ชนิดเดียวที่ถือว่าเป็นอาหารเจ เหตุผลก็มีมาตามตำนานเล่ากันมาว่า ช่วงที่พระถังซัมจั๋งออกธุดงค์เพื่อไปเผยแผ่พระพุทธศาสนา ระหว่างที่ได้รอนแรมอยู่กลางทะเลไม่มีอาหารประทังชีวิต ท่านหิวมากจนเกือบสิ้นใจจึงได้อธิษฐานขอต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์เพื่อที่ท่านจะได้มีชีวิตอยู่รอด และจะได้เผยแผ่พระพุทธศาสนาได้สืบไป ทันใดนั้นก็มีหอยนางรมกระโดดขึ้นมาบนเรือของพระถังซัมจั๋ง ท่านจึงได้รับประทานหอยนางรมและมีชีวิตรอด ได้เผยแผ่พระพุทธศาสนาดังประสงค์ ด้วยเหตุนี้เค้าจึงยกให้หอยนางรมสามารถเป็นอาหารเจได้ ดังนั้นในปีแรกเราจึงใส่ซอสหอยนางรมในผัดผัก ถ้าจำไม่ผิดมีซื้อหอยนางรมมาทำอาหารทานด้วย อิอิ ที่เราทานอาหารเจนั้นไม่ได้ตามกระแส หรือเป็นแฟชั่นอะไรนะ พอน้องมาชวนเราก็คิดว่าก็ดีเหมือนกันทานเนื้อสัตว์มาตลอด ตอนนี้แค่งดทาน 9 วันเอง เป็นการงดเบียดเบียนสิ่งมีชีวิตร่วมโลกกับเราก็ดีเหมือนกันนะ

ปีที่2 ก็ยังใส่ต้นหอมในผัดหมี่อยู่เพราะรู้สึกว่าต้นหอมมันก็แค่ผักน่ะ ไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับสัตว์สักหน่อย แต่ปีนี้เลิกใส่ซอสหอยนางรม และไม่ได้ซื้อหอยนางรมมาทำอาหารทานแล้ว

จนมา ปีที่ 3 ได้ทานอาหารเจแบบครบสูตรไม่ใส่ต้นหอมในผัดหมี่อีกแล้ว อิอิ และปีนี้เป็นปีแห่งการเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตในการทานอาหารของเราทีเดียว เพราะในปีนี้หลังจากทานอาหารเจมาครบ 9 วัน ก็จะต้องออกเจแล้ว แต่อยู่ๆเราก็เกิดมีความรู้สึกไม่อยากทานเนื้อหมู และเนื้อวัวเลย ทั้งๆที่ปกติชอบทานเนื้อวัวสุดๆๆๆ เราไม่รู้ว่าทำไมแต่มันเกิดขึ้นมาเองโดยที่จิตเราไม่ได้ปรุงแต่งใดๆทั้งสิ้น แต่ยังทานเนื้อไก่อยู่

แต่แล้วจนมาถึงวันตรุษจีนได้ไปร้านข้าวมันไก่ไหหลำเจ้าดังโดยที่ไม่รู้ว่าวันนี้ร้านเค้าปิด เพราะตอนรถขับผ่านฝั่งตรงข้ามเห็นประตู้ร้านเปิดตามปกติ เมื่อกลับรถมาจอดแล้วเดินมาที่หน้าร้านเห็นหม้อใบยักษ์ตั้งอยู่บนเตา พลันตาเราก็มองลงไปในหม้อทันทีเห็นไก่นอนลอยคออยู่ในหม้อยักษ์ใบนั้นเต็มไปหมด และทันใดก็ได้ยินเสียงกระต๊ากๆๆ เมื่อมองไปใกล้ๆกันนั้นเห็นลังพลาสติกที่เค้าบรรจุไก่เอาไว้วางซ้อนๆกันหลายลังมากๆ ในนั้นเต็มไปด้วยไก่ที่ยังมีชีวิตร้องกันเสียงหลง โถ....ไก่เอ๊ยเจ้าคงใจหายร้องไห้จนน้ำตาแทบเป็นสายเลือดเนอะ ก็เล่นเห็นเพื่อนๆถูกต้มลอยคอตายอยู่ตรงหน้าแบบนั้น และอีกไม่นานคงถึงคิวของพวกเจ้าเป็นแน่แท้ เรารู้สึกหดหู่ใจมาก เจ้าของร้านเดินมาบอกว่าวันนี้ไม่ได้ขายเพราะมีคนสั่งไก่ไปไหว้เจ้าเยอะมาก ไม่มีเวลามาทำขายหน้าร้าน หลังจากวันนั้นเราก็เลิกทานเนื้อไก่ ก็เป็นอันว่าตอนนี้เราไม่ทานเนื้อหมู เนื้อวัว และเนื้อไก่แล้ว ซึ่งเป็นเหตุที่เกิดขึ้นมาเองโดยที่เราไม่ได้ตั้งใจมาตั้งแต่แรกเลยว่าจะไม่ทานเนื้อสัตว์พวกนี้ จนเวียนมาถึงเทศกาลกินเจปีนี้ก็ครบปีพอดีที่เราไม่ได้ทานเนื้อสัตว์เหล่านั้น แต่ยังทานกุ้ง หอย ปู ปลา ปลาหมึกอยู่นะคะ

การทานอาหารเจของเรานั้นเราจะทำทานเองค่ะ ไม่ค่อยได้ซื้อ นอกจากจะจำเป็นต้องทานนอกบ้านก็ซื้ออาหารเจที่เค้าทำขายทานบ้าง เพราะเรารู้สึกว่าอาหารเจที่เค้าทำขายค่อนข้างจะมันๆ และที่สำคัญเราไม่ชอบพวกโปรตีนเกษตร และพวกของที่ทำให้เหมือนเนื้อสัตว์ เราว่ามันไม่อร่อย เลยทำอาหารเจทานเองดีกว่า ก็เน้นไปที่เมนูผักๆ ชอบผักอะไรก็ซื้อมาทำทานให้หมด อร่อยดีค่ะ

สำหรับอาหารเจนั้นเป็นอาหารที่ปรุงโดยปราศจากเนื้อสัตว์ รวมทั้งไม่มีส่วนประกอบอื่นใดที่นำมาจากสัตว์ และงดการปรุงอาหารด้วยพืชผักดังนี้
๑.กระเทียม
๒.หัวหอม,ต้นหอม,ใบหอม,หอมแดง,หอมขาว ,หอมหัวใหญ่
๓.หลักเกียว (ลักษณะคล้ายหัวกระเทียมแต่เล็กกว่า)
๔.กุ้ยฉ่าย
๕.ใบยาสูบ (บุหรี่ ยาเส้น ของเสพติดมืนเมา)

ถ่ายรูปของที่ช็อปปิ้งมาเมื่อวานมาให้ดูด้วยค่ะ จริงๆมีผักสดด้วยนะแต่ไม่ได้ถ่ายรูปไว้ เดี๋ยวคราวหน้าจะมาจาระไนให้ฟังว่าช็อปอะไรมาบ้าง เห็นแค่นี้ก็เถอะสามารถทำอาหารเจได้หลากหลายเมนูเลยละ อร่อยๆทั้งนั้นเลย